หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 เมื่อ: 01 มีนาคม 2017, 14:34:06 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin
ต่อไปการเชื่อมต่อ internet ก็จะมีด้วยกัน 3 แบบใหญ่ ๆ ก็คือ  pppoe/dhcp/static

แบบแรก pppoe ก่อน  เลือกที่เมนู PPP  กดปุ่ม +  แล้วเลือก PPPoE Client



ส่วนของแถบ General ก็ให้ทำการกำหนดชื่อ ระบุว่าเน็ตค่ายไหน wan ไหน จะได้ไม่งงเวลามีหลายๆเส้น



ต่อไป แถบ Dial Out ก็ให้ใส่ user/pass ที่ใช้เชื่อมต่อ และก็เอา Add Default Route ออกด้วย (ห้ามลืมนะครับ)



เสร็จแล้วก็กด Ok



ถ้ามีหลายเส้น ก็กด + แล้วเพิ่มให้ครบทุกเส้น

ตัวอย่าง pppoe เน็ต 3bb  3 เส้น ก็จะได้ประมาณในรูป



*** ส่วนวิธีการต่อเน็ตแบบ DHCP และ Static ก็จะกล่าวถึงในโอกาสต่อไป ***

เมื่อต่อเน็ตครบทุกเส้นแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือ  การทำ default route  และการทำ nat masquerade

เข้าไปที่ IP -> Routes  ก็จะขึ้น Route List ขึ้นมา



กด + แล้วเพิ่ม Gateway ของทุกเส้นลงไป   Check Gateway  ping  และ Distance เป็น 1



กดปุ่ม Ok ก็จะได้ Default Route มา เป็น Gateway ของทุก WAN



ต่อไปก็ทำการ nat masquerade  โดยเข้าไปที่เมนู IP -> firewall   เลือกที่ NAT



กดปุ่ม + เพื่อเพิ่ม   เลือกแถบ General
เลือกเป็น chain  srcnat   Out. Interface เป็น Interface ของ WAN1 ซึ่งจะเป็น 3bb_link1



เลือกแถบ Action   ปรับเป็น Action masquerade  เสร็จแล้วกดปุ่ม Ok



ก็จะได้ nat masquerade ของ 3bb_link1  หรือ interface ของ wan1 มา



ทำเหมือนกัน เลือก Out. interface เป็นของ wan2 และ wan3 ตามลำดับ



ก็จะเป็นอันเรียบร้อย

เมื่อทำถึงตรงนี้แล้ว  ถ้าทำถูกต้อง เครื่องลูกในเครือข่าย จะสามารถออกเน็ตได้แล้ว  

ถ้ายังออกไม่ได้ ก็แสดงว่าทำขั้นตอนไหนผิดอยู่  ตรวจสอบก่อน ก่อนจะไปขั้นตอนถัดไป

เมื่อออก internet ได้แล้ว สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือ ตั้งเวลา และก็ ทำ dynamic ip หรือ ddns หรือ noip นั่นแหละ

การตั้งเวลา มี 2 ส่วน  ส่วนแรกคือ การปรับค่า timezone ให้เป็น Asia/Bangkok  GMT+0700

และก็การตั้ง NTP Client เพื่อเทียบเวลากับเวลาสากลบน Internet

ส่วนแรก ก็จะอยู่ใน เมนู  System -> Clock   ก็ตั้งเป็น Asia/Bangkok ให้ถูกต้อง แล้วก็กด Ok



ส่วนที่สอง อยู่ในเมนู System -> NTP Client   ติ๊ก Enable แล้วเลือก Server เป็น time.windows.com

และ ntp.ubuntu.com  (หรือจะใช้ที่อื่น ก็แล้วแต่ถนัดเลยครับ)  



เสร็จแล้วก็กด Ok  เป็นอันเรียบร้อย  ชื่อจะถูกเปลี่ยนให้เป็น ip โดยอัตโนมัติ



ต่อไปการทำ noip  ในส่วนนี้จะกล่าวถึงเฉพาะ noip ที่ใช้สำหรับ zmember.net เท่านั้นนะครับ

โดยเข้าไปที่ System -> Schedule  หรือว่า crontab ใน linux นั่นเอง

ทำการ + เพิ่ม job ชื่อ zmember เข้าไป  โดยให้ทำงานทุก 5 นาที

โดยอัพเดท ip ด้วยคำสั่ง

/tool fetch url="http://mars.ipinw.biz/cgi-bin/opendyn.py\?hostname=mytik.zmember.net&password=tiktok" mode=http

โดยชื่อ hostname และ password ก็จะมาจาก user/pass ที่ได้ขอไว้ตอนออกโดเมน zmember.net นั่นเอง



หลังจากนี้  ก็จะเป็นเรื่องของ การสร้างกฎ ip -> firewall แล้ว เพื่อบังคับเส้นทางของข้อมูลให้เป็นไปตามที่เราต้องการ

 2 
 เมื่อ: 01 มีนาคม 2017, 13:28:17 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin
เริ่มต้น config กัน  Step by Step

1. ตั้งชื่อ router
2. ตั้งพาสเวิดให้ router
3. ตั้งชื่อ port และวางแผนการใช้งานในแต่ละ port
4. กำหนด ip lan
5. จัดการเกี่ยวกับ ip service / system package
6. ตั้งค่า dhcp server / ip pool
7. ตั้งค่า dns server
8. เชื่อมต่อ internet pppoe/dhcp/static
9. ตั้งค่า firewall nat masquerade
10. ตั้งค่า default ip route
11. ตั้งค่าเวลา


หลังจากติดตั้ง ROS เรียบร้อยแล้ว สิ่งแรกเลยที่ต้องทำก็คือ การตั้งชื่อ และ ตั้งพาสเวิร์ด

ตั้งชื่อ ก็ใช้เมนู  System -> Identity



แล้วก็กำหนดชื่อได้เลย



สำหรับกำหนด password ก็ใช้เมนู  System -> Password



สำหรับครั้งแรก user admin จะยังไม่มีพาส ก็ไม่ต้องระบุ old password กำหนด พาสใหม่ได้เลย



เป็นอันเรียบร้อย

ต่อไปก็จะเป็นการกำหนด Port ของ Network Server ว่า Port ไหนจะใช้งานอะไร ทำหน้าที่เป็นอะไร

ตัวอย่างก็จะเป็น  eth0 เป็น LAN  และ  eth1,eth2,eth3  เป็น WAN1,WAN2,WAN3  ตามลำดับ

*** Network Server จะใช้ ethX เพื่อให้เหมือนกันกับที่ตัวอุปกรณ์ จะได้ไม่งง เวลาใช้งาน ***



เลือกเมนู Interface ก็จะได้ Interface List ขึ้นมา สามารถดับเบิ้ลคลิ๊ก เปลี่ยนชื่อได้เลย



ชื่อสามารถตั้งยังไงก็ได้ที่สามารถเข้าใจและสื่อความหมายได้  ก็จะนิยมเป็นชื่อ Port และก็หน้าที่ของมัน เช่น eth0_LAN

ก็คือ Port eth0 ทำหน้าที่เป็น LAN     eth1_WAN1   หมายถึง Port eth1 ทำหน้าที่เป็น WAN1 เป็นต้น



กำหนดให้ครบ ก็เป็นอันเรียบร้อย

ต่อไปก็เริ่มต้นกำหนด IP LAN ก่อน  โดยใช้เมนู  IP -> Address



กดปุ่ม + แล้วก็เพิ่มเข้าไป  เช่น ในตัวอย่าง  192.168.88.1/24

*** ปุ่ม + / ปุ่ม - / ปุ่มถูก / ปุ่มกากบาท  และเรื่อง subnet /24  ศึกษาเพิ่มเติมเองนะครับ ***



ก็จะได้ eth0_LAN  เป็น IP  192.168.88.1/24   หรือ  192.168.88.1  Subnet 255.255.255.0



เมื่อกำหนด IP LAN แล้ว หลังจากนั้น ก็ให้ทำการกำหนด Service ว่าจะเปิด Service อะไรบ้าง

ไปกำหนดที่เมนู  IP -> Services



แนะนำว่าปิดให้หมดครับ เปิดแค่ winbox อย่างเดียวก็พอ  ถ้าจะใช้งานก็ค่อยเปิดเพิ่มเอา



เพราะตอนนี้เราใช้งานแค่ winbox อย่างเดียวก่อน

และก็ไปกำหนด package ว่าจะใช้งานอะไรบ้าง โดยใช้เมนู System -> Packages



เลือกเฉพาะที่ใช้งานตามรูป อันไหนไม่ใช้ก็ disable ไป  (จะต้องรีบูตรอบนึงถึงจะ disable)

ขั้นตอนต่อไปก็คือ การตั้งค่า  dhcp server    สำหรับการตั้งค่า dhcp server อย่างแรกที่ต้องทำก็คือ

จะต้องกำหนด ip pool ก่อน  ก็คือ ช่วงของ ip ที่จะทำการแจก โดยเข้าไปที่เมนู  IP -> Pool



ก็ไม่มีอะไรมากครับ กดปุ่ม +  ตั้งชื่อ pool  ว่า dhcp-pool (หรือชื่ออื่นก็ได้)

แล้วก็กำหนด ip แรกและ ip สุดท้ายที่จะทำการแจก  ก็เป็นอันเรียบร้อย



เมื่อได้ ip pool มาแล้ว ต่อไปก็กำหนด  IP -> DHCP Server



ตรงแถบ DHCP ก็กด + ครับ สร้าง DHCP Server ขึ้นมา ตั้งชื่อ กำหนด Interface กำหนดเวลา lease time และกำหนด pool   (ตัวอย่างกำหนด lease time เป็น 1 ชม หรือ 01:00:00)



เสร็จแล้วก็กดปุ่ม ok  



ต่อไปแถบ Networks   ก็จะต้องกำหนด Network    Gateway และ DNS ที่จะทำการแจก



เสร็จแล้วก็กดปุ่ม ok



ก็เป็นอันเรียบร้อย สำหรับ DHCP Server   จะเห็นว่า DNS ที่ทำการแจก จะเป็น 192.168.88.1  เป็นอันดับแรก

หมายถึงว่า เราจะให้ Network Server ทำหน้าที่เป็น DNS ด้วย

ต่อไปก็ทำการ ตั้งค่าให้กับ DNS Server โดยไปที่เมนู  IP -> DNS



ก็ใข้ท่าไม้ตายไปก่อนครับ  กำหนด IP  8.8.8.8 , 8.8.4.4 , 4.2.2.1 , 4.2.2.2  ไว้ก่อน

และก็อย่าลืมติ๊ก  Allow Remote Requests ด้วย   เสร็จแล้วก็กด ok  เป็นอันเรียบร้อย DNS Server



ก็เป็นอันเรียบร้อยแล้ว  ต่อไปก็เริ่มต้น ต่อ Internet ได้

 3 
 เมื่อ: 28 กุมภาพันธ์ 2017, 14:47:53 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin
ขั้นตอนการลงทะเบียน เพื่อปรับเป็น license lv1 (demo) สามารถใช้งานได้ ไม่หมดอายุ แต่จะจำกัดการใช้งานบางฟังก์ชั่น

ก่อนอื่นจะต้องไปสมัครสมาชิกกับทางเวป mikrotik ก่อนนะครับ โดยเข้าไปที่เมนู Account แล้วทำตามขั้นตอนเลยครับ

สำหรับที่ตัว WinBox ก็ให้ทำการเลือกเมนู System -> License



จดค่า Software ID เพื่อที่จะนำไปใช้สร้าง key บนเวป mikrotik



เข้าไปที่เมนู make a demo key แล้วก็กรอก Software ID ลงไป ทำการกดปุ่ม Generate



ก็จะได้ license key ออกมา



ทำการก๊อปปี้ license key โดยการเลือกข้อความแล้วคลิ๊กขวา copy



กดปุ่ม Paste key ใน WinBox  ถ้า key ถูกต้อง ตัว WinBox ก็จะทำการให้ reboot เพื่ออัพเกรด key ใหม่



เมื่อทำการบูตเรียบร้อย ก็จะมีข้อความแจ้งว่า key ได้มีการอัพเกรดเรียบร้อยแล้ว



license ก็จะกลายเป็น lv1 สามารถใช้งานได้โดยไม่หมดอายุ แต่จะจำกัดการใช้งานบางฟังก์ชั่น


 4 
 เมื่อ: 26 กุมภาพันธ์ 2017, 21:10:50 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin
- ขั้นตอนการติดตั้ง Mikrotik ลงบน Network Server
- วิธีการ config เบื้องต้นสำหรับเชื่อมต่อ Internet แบบ pppoe/static/dhcp
- ขั้นตอนการลงทะเบียน Mikrotik เพื่อใช้งาน Demo license
- ขั้นตอนการทำ โหลดบาลานซ์และ fail-over
- ขั้นตอนการทำ forward port และ loopback nat
- ขั้นตอนการแบ่งกลุ่มข้อมูล และกำหนดเส้นทางให้แต่ละกลุ่ม
- วิธีการตรวจสอบการทำงานและตรวจเช็คความถูกต้อง
- วิธีการดูแลรักษาและการตรวจเช็คความเร็วอินเตอร์เน็ตแต่ละเส้น

อื่น ๆ

ขั้นตอนการติดตั้ง Mikrotik ลงบน Network Server ให้ทำดังนี้



สิ่งที่ต้องเตรียม
- PC หรือ notebook 1 เครื่องติดตั้ง Windows XP
- โปรแกรม Netinstall (โหลดจาก web mikrotik)
- โปรแกรม RouterOS แบบ extra-package (โหลดจาก web mikrotik)
- อุปกรณ์ Network Server ที่จะทำการติดตั้ง

สำหรับที่ตัว PC ให้ทำการเปิดโปรแกรม Netinstall ขึ้นมา



ทำการ config  netbooting โดยติ๊ก boot server enabled แล้วใส่ IP ที่จะทำการแจกให้กับ Network Server เพื่อติดตั้ง
(เป็น ip ที่ว่างและวงเดียวกับตัว PC)  ตัวอย่าง PC เป็น IP 192.168.0.1/24  กำหนด Client ip เป็น 192.168.0.2



ต่อไปที่ตัวอุปกรณ์ Network Server ทำการตั้งค่า BIOS เพื่อให้บูตผ่านแลน โดยทำดังนี้

กดปุ่ม del เพื่อทำการเข้า BIOS



ไปที่เมนู Chipset เลือก North Bridge Configuration



ทำการ Enable   LAN PXE Option ROM



เสร็จแล้วก็เซฟ แล้วก็บูตใหม่  ให้กด F11 เพื่อทำการเลือกบูต



ทำการต่อสายแลนเข้ากับตัว PC โดย Port 1 จะเป็น Slot 0200   Port 2 จะเป็น Slot 0300  ตามลำดับ เลือก Port ที่จะทำการบูต



เมื่อบูตมาแล้ว ถ้าถูกต้อง ก็จะเข้าขั้นตอนการติดตั้ง ตามในรูป



และก็มาหยุดรอรับคำสั่งจาก Netinstall



หลังจากนั้น เราก็จะเห็นว่าที่ตัวโปรแกรม Netinstall ก็มี device เพิ่มขึ้นมา พร้อมจะติดตั้ง ros ได้



ก็ติดตั้งปกติครับ
1 เลือก device
2 ทำการ browse package ที่จะติดตั้ง
3 เลือกติดตั้ง all package
4 ก็กดปุ่ม install ได้เลย



ตัว Netinstall ก็จะทำการติดตั้ง RouterOS ลงบนอุปกรณ์ Network Server ให้



เมื่อเรียบร้อยแล้วก็ทำการ Enter ที่ตัว Network Server เพื่อทำการรีบูต  เมื่อบูตเสร็จ ก็จะได้ RouterOS



เป็นอันเสร็จเรียบร้อย  สามารถใช้ WinBox remote เข้าไปจัดการได้เลย



โดยเข้าไปครั้งแรก จะสามารถใช้งานได้ 24 ชม เท่านั้น จะต้องทำการลงทะเบียน หรือ อัพเกรดไลเซ่นก่อน ซึ่งจะอธิบายในตอนต่อไป



ตัว Resource ของ Network Server ตัว Desktop จะเป็น RAM 1G  SSD4GB  ถ้าตัว Rack จะเป้น RAM 2G SSD 8GB



ซึ่งก็เพียงพอสำหรับใช้งาน รองรับ BW สูงๆ ได้สบายๆ

 5 
 เมื่อ: 20 มกราคม 2017, 15:31:36 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin
วันนี้พามาชมสินค้า All-In-One สำหรับร้าน Internet Cafe กัน จะเป็นรุ่นที่มีชื่อว่า  HL9  27" Cafe Gaming AIO

สำหรับในรุ่น HL9 นั้น จะมีให้เลือก 2 ขนาดนะครับ เป็น 27" และ 32" ในรูปทรงที่เหมือนกัน ต่างกันทีขนาดของจอภาพ



ด้านหลัง



ต่อไปก็จะเริ่มมาดูส่วนประกอบต่าง ๆ นะครับ



ด้านหน้าตัวจอจะกว้าง 65 cm ความสูงตัวจอ 41 cm (รุ่น 32 นิ้ว ขนาด 75 cm x 46cm) และสูงจากพื้นประมาณ 8 cm



ปุ่มต่าง ๆ จะอยู่ซ้ายมือ โดยจะมี ปุ่ม power / reset  และก็จะเป็นปุ่มเมนูปรับภาพของจอ



ตรงกลางจะมีกล้อง 1.3MP ติดมาให้ 1 ตัว



และด้านข้างจะมี USB 1 Port  เป็น USB3.0



ด้านหลังของตัวจอ ออกแบบมาให้สมดุลทั้งสองข้าง มีรูระบายความร้อน



ด้านล่างของจอ ออกแบบมาสำหรับ I/O Port ของตัว M/B และ Power Supply จะอยู่ด้านล่างทั้งหมด



ส่วนของ M/B ก็รองรับขนาดทั่ว ๆ ไปครับ สามารถใช้ได้ทุกบอร์ด usb ด้านข้างก็ต่อออกจากตัวบอร์ดนั่นเอง



Power Supply ก็ใช้รุ่นขนาดมาตรฐานทั่วไป (ใหญ่เกินไปก็ใส่ไม่ได้นะครับ)

สังเกตว่า จะมีช่องลำโพงมาด้วยนะครับ  แต่รุ่นนี้ ไม่มีติดมาให้นะครับ เป็น option เสริม



ส่วนของขาตั้ง เป็นเสาเดียวตรงกลาง ยึดด้วยน๊อตถึง 8 ตัว มั่นคงแข็งแรง



ครอบด้วยพลาสติกชุบโครเมี่ยม แวววาว หรูหรา สวยงาม   สามารถปรับก้มเงยได้ครับ



เปิดฝาดูด้านในกันครับ  ในรูปเป็นตอนประกอบแล้วนะครับ  ตัวสินค้าจะไม่มี M/B Power มาให้นะครับ



จะเห็นได้ว่า ในส่วนของตัว M/B สามารถรองรับบอร์ดได้ถึงขนาด ATX ครับ  ในรูปเป็นบอร์ดขนาด mATX



ในส่วนของ Power Supply ก็รองรับขนาดทั่วไป  ด้านบนก็จะเป็นที่สำหรับยึด HDD/SSD

ตัวอย่างร้านอินเตอร์เน็ตในจีน ที่ใช้งานรุ่นนี้กัน












 6 
 เมื่อ: 19 มกราคม 2017, 14:33:47 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin
วันนี้ก็จะมาแนะนำถึงอะไหล่และส่วนประกอบต่าง ๆ ของ All-In-One ยี่ห้อ Idea Display รุ่น 27"

เริ่มต้นด้วยการเปิดฝาหลังมาก่อนเลย



ส่วนประกอบก็จะมีอยู่ด้วยกันประมาณ 8 ส่วนหลักๆ



เริ่มต้นด้วยส่วนที่ 1 ซึ่งก็คือส่วนของ controller board ของตัวจอ



สามารถขันน๊อตยึด 2 ตัว แล้วก็เปิดฝาออกมา



ด้านในก็จะเป็นแผงวงจรควบคุมของจอภาพ และมีสายเชื่อมต่อไปยังส่วนต่าง ๆ ตามรูป



โดยจะมีการเชื่อมต่อไปยังจุดต่าง ๆ 5 จุดด้วยกัน



ตามรูป
1 เชื่อมต่อไปยัง DVI cable (พร้อมกราวน์)
2 เชื่อมต่อไปยัง LED panel (พร้อมกราวน์)
3 เชื่อมต่อไปยังปุ่มกดของจอ
4 เป็นไฟเลี้ยง LED panel
5 เชื่อมต่อไปยัง Molex สำหรับ Power supply

ตัวอุปกรณ์บอร์ด หากเสีย ก็สามารถถอดเปลี่ยนได้ ต่อสายให้ครบ และก็ปิดฝาครอบ



ตอนปิดฝาครอบ ข้อควรระวัง ตอนปิดฝาครอบระวังอย่าให้หนีบสาย หรือตัวฝาครอบกดทับสาย

ต่อไปส่วนที่สอง คือ port usb และ audio
ส่วนที่สาม ที่ติดกันก็จะเป็น usb3.0



ด้านหลังก็สามารถเปิดฝาออกได้ ตามรูป (แน่นหน่อยนะครับ ระวังแตก หรือหัก)



ก็สามารถเปลี่ยนได้ โดยมีอะไหล่ 2 ชิ้นแยกกันคือ usb3 cable และ usb audio cable





ส่วนที่ 4 จะเป็นส่วนของปุ่ม power และ reset



ด้านหลังก็สามารถเปิดฝาออกได้ ตามรูป (แน่นหน่อยนะครับ ระวังแตก หรือหัก)



ก็สามารถเปลี่ยนได้เช่นกัน โดยมีอะไหล่ตามรูป



ส่วนที่ 5 เป็นปุ่มกดปรับภาพหน้าจอ



ก็จะมีอะไหล่ตามรูป



ส่วนที่ 6 คือ สาย DVI ที่เชื่อมมาจาก controller board ไปยังการ์ดจอ



ส่วนที่ 7 คือ สายจาก controller board ไปยัง LED panel



ส่วนสุดท้าย ส่วนที่ 8 ก็คือส่วนของ LED panel นั่นเอง

ก็เป็นอันครบทุกส่วน  จะเห็นได้ว่า ส่วนประกอบต่าง ๆ ไม่มีอะไรมากมาย ไม่ซับซ้อน สามารถตรวจสอบตรวจเช็คเองได้

หากมีปัญหาอะไหล่ตัวไหนเสีย ก็สามารถเปลี่ยนเองได้ หรือส่งเฉพาะอะไหล่ส่วนที่เสียมาเคลมได้

*** ยกเว้นในส่วนของ led panel จำเป็นต้องใช้ช่างผู้เชี่ยวชาญในการเปลี่ยน ***

 7 
 เมื่อ: 10 มกราคม 2017, 19:45:23 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin
X400  24" Super Slim Frameless Gaming AIO

เป็น All-In-One ในชุด Basic Gaming โดยเป็น All-In-One ที่สามารถใส่การ์ดจอสำหรับเล่นเกมส์ได้

และเป็นรุ่นใหม่ที่มีขนาดบางมาก โดยมีความหนาจากจอถึงเคส ประมาณ 7 ซม เท่านั้น ประหยัดพื้นที่

ในราคาที่คุ้มค่า

สเปคของตัวจอ จะมี 24" และ 27"  ความละเอียด FullHD 1920 x 1080 อัตราส่วน 16:9 เป็นจอด้าน

respond time 2ms  ความสว่าง 250 cd/m2  มุมมอง 178 องศา  refresh rate 60Hz


มาเริ่มกันเลย ด้วยการวัดขนาดกล่อง  และชั่งน้ำหนัก


กล่องจะมีขนาด 60cm x 46cm x 17cm  นัำหนักชั่งได้ 7.1 kg


แกะกล่องออกมา ก็จะมี คู่มือ , แผ่น driver , ขาตั้ง , หม้อแปลง , สาย hdmi->dvi , พัดลม cpu


ส่วนตัวจอ ก็จะอยู่ด้านล่างของโฟม มีโฟมประกอบหน้าหลัง พร้อมถุงโฟมกันรอยหุ้มมาอีกชั้น


ขั้นน๊อตสองตัว ก็สามารถเปิดฝาด้านหลังได้ เมื่อขันน๊อตแล้วก็ดันขึ้นนิดนึง ก็สามารถเปิดออกมา


ด้านในก็จะมี Mainboard Socket 1151  ชิฟเซต H110  ใช้ RAM แบบ SO-DIMM  DDR4 รองรับบัส 2133


ต่อ HDD/SSD แบบ msata ได้ 1 ช่อง และ SATA 2.5" ได้ 1 ช่อง  มีพัดลม cpu เฉพาะมาให้ด้วย


การประกอบก็ไม่มีอะไรมาก ใส่ ram / cpu / vga เหมือนประกอบปกติ ต่อ hdd/ssd ก็นำไปบูตใช้งานได้เลย


ประกอบเสร็จ เปิดเครื่อง เข้า BIOS เหมือนคอมพิวเตอร์ปกติ  สามารถตั้งบูตผ่านแลน เป็น NoHDD สำหรับร้านเน็ตได้


ปุ่มปิดจะอยู่ด้านข้าง  ส่วนอีกด้านจะเป็นช่องสำหรับต่อ USB


การติดตั้ง HDD สามารถ ติดตั้ง HDD หรือ SSD ขนาด 2.5 นิ้ว ได้ 1 ลูก


โดยทำการต่อสายและยึดน๊อตจำนวน 2 ตัว ตามรูป


ต่อไปก็ทำการติดตั้ง Windows และลงโปรแกรมต่าง ๆ เหมือนคอมพิวเตอร์ปกติ

 8 
 เมื่อ: 23 ตุลาคม 2016, 06:00:40 
เริ่มโดย PoR - กระทู้ล่าสุด โดย aunchauat
รบกวนขอด้วยครับผม sarawutchauat@gmaill.com

 9 
 เมื่อ: 02 กันยายน 2016, 11:32:43 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin

Intel Server Board S1200BTS
รายละเอียดตัวบอร์ด  http://ark.intel.com/products/53558/Intel-Server-Board-S1200BTS
ราคาปกติ 6500 บาท เหลือ 3500 บาท มีจำนวน 1 ตัว (ประกัน 15 วัน)
**ของเก่าค้างสต๊อก ไม่เคยใช้งาน**


MiniPC N3150  2LAN  2HDMI  Barebone   (สินค้ามีตำหนิ  กล่องฉีกขาด เครื่องทำงานปกติ)
จากราคาปกติ 5900.-  เหลือ 4900.-  มีจำนวน 1 ตัว


MiniPC Wibtek N2830 ram 2GB SSD 32GB สีขาว (สินค้ามีตำหนิ  กล่องฉีกขาด เครื่องทำงานปกติ)
จากราคาปกติ 5900.- เหลือ 4900.-  มีจำนวน 1 ตัว

 10 
 เมื่อ: 30 สิงหาคม 2016, 21:28:54 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin

วันนี้พามาชม สินค้า All in One อีกตัว เป็นรุ่น Gen 2 ปรับปรุงพัฒนาแก้ไขมาจากรุ่นแรก โดยมีชื่อเรียกว่า Cold Front


มาดูสเปคกันก่อน


ตัวจอจะเป็น IPS รองรับสี 1.07 พันล้านสี  รองรับ M/B ใหญ่ถึง ATX และมีพัดลมระบายความร้อนขนาด 120mm มาด้วย

มี webcam ขนาด 2MP มาให้ รองรับ HDD 3.5 1 ช่อง และ 2.5 1 ช่อง  VGA Card ยาวสุดได้ 28 cm แบบ DVI

ก่อนทำการแกะกล่อง ก็ทำการวัดขนาดของกล่อง และชั่งน้ำหนักก่อน เพื่อใช้สำหรับคำนวณค่าขนส่ง


ขนาดของกล่อง 79x52x23cm  น้ำหนักประมาณ 14 กิโลกรัม  หลังจากนั้นก็ทำการแกะกล่อง


เปิดมาก็จะเจอขาตั้งจอ  ถุงใส่น๊อตสำหรับประกอบ  และสาย cable tie สำหรับรัดเก็บสายให้เป็นระเบียบ

จอจะมีโฟมขนาดใหญ่ กันกระแทก แพคมาอย่างดี   ในรูปตัวอย่างจะเป็นสี gun-color หรือประมาณน้ำตาล-แดง


ในการประกอบ จำเป็นจะต้องวางจอบนพื้นที่นุ่มและสะอาด กันการเกิดรอยกระแทก หรือรอยขีดข่วนบนหน้าจอ


ขันน๊อตด้านบน 2 ตัว และด้านล่าง 4 ตัว แล้วค่อยๆถอดฝาครอบออก อย่าให้เดือยหรือตัวล๊อคมันหัก หรือแตก


ด้านในก็จะโล่งๆ มีพัดลมขนาด 120mm สามารถถอดออกได้ ระหว่างประกอบ


อุปกรณ์สำคัญอีกตัวของรุ่นนี้คือ ตัวแปลง Slot การ์ดจอ ที่ปรับให้การ์ดจอวางในแนวนอน ก็สามารถถอดออกมาก่อนได้

ต่อไปก็ทำการประกอบ Power Supply และ Mainboard ลงไป  สังเกตุว่า Power Supply ยังมีที่ว่างเหลืออยู่

สามารถใช้ Power Supply ขนาดยาวได้มากขึ้น ถึง 17cm


และ Mainboard ก็รองรับถึงขนาด ATX


เสร็จแล้วก็ทำการประกอบ Slot การ์ดจอ เข้ากับการ์ดจอให้เรียบร้อย


หลังจากนั้นก็ทำการประกอบ สายสัญญาณต่าง ๆ  Power Switch/Power LED/Reset/HDD LED

ต่อสายไฟ ให้กับจอภาพ และต่อ Power เข้า Mainbord ต่อ HDD สุดท้ายค่อยใส่การ์ดจอ แล้วต่อสาย DVI

ติดพัดลม ต่อสายไฟให้พัดลม ก็เป็นอันเรียบร้อย


เสร็จแล้วก็ทำการปิดฝาครอบ ขันน๊อตให้เรียบร้อย แล้วก็ติดขาจอ ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย


เปิดเครื่องได้  ปุ่มจะมีไฟสว่างเวลาเปิดเครื่อง   สังเกตุ รุ่นนี้จะมีไฟแสดงสถานะของ HDD ด้วย


จริงๆมันเหมาะสำหรับใช้เล่นเกมส์นะครับ แต่คนทดสอบเล่นเกมส์ไม่เป็น เลยเปิดการ์ตูนแทน



ด้านหน้าของจอ ก็จะมีช่องเสียบ หูฟัง   ไมค์  USB2.0  และ USB3.0 ตามรูป


รุ่นนี้มี webcam มาให้ด้วยด้านหน้า 2MP  ด้านหลังก็จะมีไฟสีของพัดลม  ตัวนี้ก็จะเป็นสีแดง


สวยงามตามท้องเรื่อง


หน้า: [1] 2 3 ... 10